SHARE

พรีเมียร์ลีก แถลงการณ์ว่าสาเหตุที่ครึ่งหลังของเกมลีกนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ นอริช ซิตี้ 4-1 เมื่อวันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา มันเริ่มเตะช้ากว่ากำหนดนั้น เป็นเพราะหูฟังของทีมผู้ตัดสินไม่ทำงาน

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจของเกมนี้ก็คือมันเป็นครั้งแรกที่ลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีมีการใช้เทคโนโลยีดูคลิปวิดีโอช่วยการตัดสินระหว่างเกม หรือ วีเออาร์ ซึ่งนัดนี้สกอร์มันขาดตั้งแต่ครึ่งแรก เพราะแค่ครึ่งเดียวเจ้าถิ่นก็รัวไปแล้ว 4 ลูก และตอนแรกนักเตะของทั้งสองทีมก็เดินลงมาในสนามกันครบเพื่อเตรียมที่จะเริ่มเตะในครึ่งหลังกัน

อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วมันกลับเกิดปัญหาจนทำให้ครึ่งหลังเริ่มช้ากว่าที่กำหนดเอาไว้ 5 นาที ซึ่งตอนแรก สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชื่อดังของเมืองผู้ดีบอกว่าปัญหาเกิดจากการที่ทีมกรรมการไม่สามารถติดต่อศูนย์บัญชาการของ วีเออาร์ ที่อยู่ตรง สต็อคลี่ย์ พาร์ค ได้ จนทำให้ดูเหมือนว่าการใช้ วีเออาร์ จะมีปัญหาตั้งแต่นัดแรก

ถึงกระนั้น ล่าสุด พรีเมียร์ลีก ก็ออกแถลงการณ์ว่ามันไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับ วีเออาร์ แต่อย่างใด แต่เป็นเพราะหูฟังที่กรรมการใช้ติดต่อกันในสนามมันไม่ทำงาน โดยมีจังหวะหนึ่งที่ ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ กรรมการในเกมนี้เอาหูฟังของเขาไปใส่หูของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม ลิเวอร์พูล เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าหูฟังมันเกิดการขัดข้องจริงๆ ด้วย

“ครึ่งหลังมันเริ่มเตะช้ากว่าที่กำหนดเอาไว้นิดหน่อยเพราะหูฟังของกรรมการจำเป็นต้องได้รับการซ่อม ปัญหานี้ถือว่าไม่เกี่ยวกับ วีเออาร์ แต่อย่างใด” แถลงการณ์ของ พรีเมียร์ลีก ระบุ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here