SHARE

แฟร์นานโด ซานโตส เทรนเนอร์ทีมชาติโปรตุเกส ยอมรับว่าลูกทีมของตนเล่นได้ไม่ดีเท่าที่ควรในช่วงครึ่งแรกของเกม ยูโร 2020 รอบคัดเลือก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดที่ออกไปแพ้ ยูเครน 1-2 เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา

เกมนี้ ยูเครน ได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 6 จาก โรมัน ยาร์เร็มชุค ก่อนที่สกอร์จะกลายเป็น 2-0 จาก อังเดร ยาร์โมเลนโก้ ในนาทีที่ 27 โดยพอถึงนาทีที่ 72 โปรตุเกส ก็ไล่ขึ้นมาเป็น 1-2 ได้จากลูกจุดโทษของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แถมในจังหวะที่ ยูเครน เสียลูกจุดโทษนั้น ทาราส สเตปาเนนโก้ ผู้เล่นของเจ้าถิ่นยังโดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น โปรตุเกส ก็ทำอะไรเพิ่มไม่ได้ ทำให้พวกเขายังมี 11 คะแนนเท่าเดิม จากการลงเล่น 6 นัด และถึงแม้ โปรตุเกส ยังเป็นที่ 2 ของกลุ่ม แต่พวกเขาก็ถูก เซอร์เบีย ไล่จี้มาเหลือเพียง 1 คะแนนเท่านั้น ทำให้ทั้งคู่ทีมต้องมาแย่งโควตาอันดับสองของกลุ่มเพื่อได้สิทธิ์เข้ารอบสุดท้ายของศึก ยูโร 2020 ในช่วง 2 นัดสุดท้าย โดยพวกเขาไม่มีโปรแกรมเจอกันเองแต่อย่างใด

ซานโตส เผยว่า “เราเริ่มต้นได้ดีจากการมีโอกาสทำประตู 2 ครั้ง แต่แล้วกลับเป็นพวกเขาที่ทำประตูได้ เราพยายามที่จะตอบสนองต่อเรื่องนั้น แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ ยูเครน บุกขึ้นหน้า เราก็เจอปัญหาอย่างหนัก”

“ตอนพักครึ่งน่าเราพยายามที่จะแก้ไขเรื่องต่างๆ แล้ว ซึ่งที่จริงเราก็ทำได้ดีขึ้น แต่เราเข้าสู่ช่วงพักครึ่งด้วยสกอร์ที่ไม่ยุติธรรมต่อเราสักเท่าไหร่ สกอร์ในตอนพักครึ่งมันควรจะเป็น 2-1 ไม่ใช่ 2-0 ในครึ่งแรกเราเล่นด้วยหัวใจอย่างมุ่งมั่นก็จริง แต่เราก็ไม่ได้ใช้หัวสมองมากเท่าที่ควร ซึ่งในครึ่งหลังผมก็ขอให้ลูกทีมของผมเล่นด้วยสมองมากขึ้น และเล่นเกมรับให้ดีขึ้น พร้อมกับต้องเล่นด้วยความตั้งอกตั้งใจแบบเดิมให้ได้ ตอนนี้มันก็กลายเป็นว่าเราต้องเอาชนะ 2 เกมต่อจากนี้ให้ได้ มันจะเป็นเหมือนนัดชิงชนะเลิศสำหรับเราเลยล่ะ”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here